นางสาวนิจ จันทร์มล
ศึกษานิเทศก์ สพป.ลำปาง เขต 1
เทคนิค/วิธีการ ยกระดับผลสัมฤทธิ์ การดำเนินงานยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน NT ชั้น ป.3 และ ม.2, O-NET ชั้น ป.6 และ ม.3 ปีการศึกษา 2554 ของกลุ่มเครือข่ายชาวเขื่อน ได้ดำเนินการส่งเสริมให้แต่ละโรงเรียน จัดกิจกรรมการเข้าค่ายนักเรียน ในแต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้ และได้ให้แต่ละโรงเรียนจัดกิจกรรมสอนซ่อมเสริม ให้กับนักเรียน ช่วงเวลาพักกลางวันและหลังเลิกเรียน(เวลา 16.00-17.00 น.) โดนเน้นการทำงานแบบเป็นทีมทั้งในรข่ายตลอดจนให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมสนับสนุนในการทำงาน
ปัจจัยที่ส่งผลต่อการยกระดับผลสัมฤทธิ์ให้สูงขึ้น
จากการวิเคราะห์ผลการสอบในกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย
และกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ของกลุ่มเครือข่ายชาวเขื่อน
พบว่ามีค่าเฉลี่ยเพิ่มขึ้นเกือบ ทุกโรงเรียนและกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์มี
4 โรงเรียนมีค่าเฉลี่ยเพิ่มขึ้น นอกนั้นมีค่าเฉลี่ยลดลง
อาจสืบเนื่องมาจากปัจจัยหลายประการ ดังที่ได้มีการ
วางแผนการแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบมากขึ้นในระดับเขตพื้นที่การศึกษา
กลุ่มเครือข่าย และระดับโรงเรียน ดังนี้
1.1 ระดับเขตพื้นที่การศึกษา
1.1.1
นำผลการสอบในปีการศึกษา 2553 มาเป็นฐานในการพัฒนากลุ่มสาระการเรียนรู้ทุกกลุ่มสาระโดยการจัดประชุมชี้แจงสัมมนาแนวทางในการแก้ปัญหา และพัฒนานักเรียน
1.1.2 จัดทำโครงการพัฒนาครู
ในแต่ละกลุ่มสาระกลุ่มสาระการเรียนรู้ เพื่อนำไปพัฒนานักเรียน
1.1.3 จัดทำสื่อภาษาไทยแจกให้โรงเรียนนำไปแก้ปัญหา
1.1.4 จัดสรรงบประมาณสนับสนุนกลุ่มเครือข่ายไปพัฒนาในกลุ่มโรงเรียน
1.1.5 ศึกษานิเทศก์ร่วมวางแผนแก้ปัญหาร่วมกับกลุ่มเครือข่ายและโรงเรียน
1.1.6 นิเทศติดตามการดำเนินงานของเครือข่ายและโรงเรียน
1.1.7 จัดตั้งศูนย์รวมสื่อเพื่อให้บริการ
หนังสือ สื่อ การให้คำแนะนำปรึกษาในการแก้ปัญหาการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน
การสร้างสื่อเพื่อแก้ปัญหาและการสืบค้นงานวิจัย
1.1.8 จัดนิทรรศการสื่อ ในกลุ่มสาระการเรียนรู้ ต่าง ๆ
1.2 ระดับกลุ่มเครือข่าย
1.2.1
นำผลการสอบในปีการศึกษา 2553 มาเป็นฐานในการพัฒนากลุ่มสาระการเรียนรู้ทุกกลุ่มสาระโดยการจัดประชุมชี้แจงสัมมนาแนวทางในการแก้ปัญหาและพัฒนานักเรียน
1.2.2 จัดทำโครงการพัฒนาครู
และนักเรียนในกลุ่มสาระกลุ่มสาระการเรียนรู้ ที่เป็นปัญหา
และการพัฒนาการสร้างสื่อเพื่อแก้ปัญหา
1.2.3
จัดทำสื่อภาษาไทยแจกให้โรงเรียนนำไปแก้ปัญหา
1.2.4
การประสานกับหน่วยงานในท้องถิ่นสนับสนุนงบพัฒนาด้านวิชาการ
แล้วพัฒนากลุ่มเครือข่าย
1.2.5
ศึกษานิเทศก์ร่วมวางแผนแก้ปัญหาร่วมกับกลุ่มเครือข่ายและผู้บริหารโรงเรียน
1.2.6 นิเทศ ติดตาม
การจัดการเรียนการสอนของครูในแต่ละโรงเรียนอย่างน้อยภาคเรียนละ 1 ครั้ง
1.2.7 จัดสรรงบพัฒนาการติวเข้มนักเรียนในกลุ่มแยกเป็น
3 จุด คือ จุดโรงเรียนวัดเสด็จ จุดโรงเรียนสบมายสามัคคี จุดโรงเรียนบ้านหมากหัววัง
1.3 ระดับโรงเรียน
1.3.1 นำผลการสอบในปีการศึกษา 2553
มาเป็นฐานในการพัฒนาแต่ละกลุ่มสาระกลุ่มสาระการเรียนรู้
1.3.2 การปรับปรุงจัดกิจกรรมการเรียนการสอนของครูปรับการสอนแบบคละชั้น
1.3.3 การจัดกิจกรรมการเข้าค่ายการเตรียมความพร้อมในการสอบ 0 - NET ของกลุ่มเครือข่าย ทำให้นักเรียนเกิดองค์ความรู้ที่ชัดเจนและครอบคลุม เนื้อหา
1.3.4 จัดกิจกรรมเสริมทักษะการเรียนรู้สาระภาษาไทย
1.3.5
จัดกิจกรรมเข้าค่ายยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสาระภาษาไทยทั้งในระดับเครือข่ายและในโรงเรียน
1.3.6 ส่งครูเข้ารับการอบรมการใช้และการผลิตสื่อประกอบการสอนสาระภาษาไทย
1.3.7 มีการเรียนการสอนเพิ่มเติม ในชั่วโมงว่าง และหาสื่อการเรียนการสอนที่จะช่วยในการกระตุ้นนักเรียนให้เกิดความสนใจมากยิ่งขึ้น ทำให้นักเรียนมีความสนใจในรายวิชาที่เพิ่มสูงขึ้น
1.3.8 การให้ทำแบบฝึกหัด และฝึกปฏิบัติหลายครั้ง จนนักเรียนเกิดความรู้และความเข้าใจสามารถทำให้ผลการสอบในรายวิชา
1.3.9 จัดการเรียนซ่อมเสริม
1.3.10 จัดการวิจัยชั้นเรียน
1.3.11 สร้างแบบฝึกประกอบการสอน
การแก้ปัญหาและพัฒนานักเรียน
1.3.12 จัดทำโครงการส่งเสริมการฝึกทักษะการคิดวิเคราะห์
คิดสังเคราะห์
1.3.13
จัดทำโครงการยกระดับผลสัมฤทธิ์นักเรียนโดยส่งเสริมการอ่าน การเขียน
1.3.14
ใช้วิธีการที่หลากหลายแก้ปัญหาให้เหตุผลประกอบการตัดสินใจ
และสรุปผลได้อย่างเหมาะสม
1.3.15 ใช้ความรู้ ทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์ในการแก้ปัญหาในสถานการณ์ต่าง ๆ
ได้อย่างเหมาะสม
1.3.16 ใช้ภาษาและสัญลักษณ์ทางคณิตศาสตร์ในการสื่อสาร การสื่อความหมาย และการนำเสนอได้อย่างถูกต้อง
1.3.17 เชื่อมโยงความรู้ต่าง ๆ
ในคณิตศาสตร์และเชื่อมโยงคณิตศาสตร์กับศาสตร์อื่น ๆ
1.3.18 เชื่อมโยงความรู้ต่าง ๆ
ในคณิตศาสตร์และเชื่อมโยงคณิตศาสตร์กับศาสตร์อื่น ๆ
1.3.19 เชื่อมโยงความรู้ต่าง ๆ ในคณิตศาสตร์และเชื่อมโยงคณิตศาสตร์กับศาสตร์อื่น
ๆ
1.3.20 จัดทำโครงการส่งเสริมอัจฉริยะภาพทางวิทยาศาสตร์
1.3.21
จัดทำโครงการยกระดับผลสัมฤทธิ์นักเรียนโดยส่งเสริการอ่าน การเขียน
1.3.22 นำสถานการณ์หรือเหตุการณ์ต่าง
ๆมาฝึกให้นักเรียนได้ฝึกคาดการณ์หรือคาดคะเนเหตุการณ์ให้ได้คล่องขึ้น
1.3.23 จัดครูเข้าสอนตามวิชาเอกให้ครบทุกกลุ่มสาระ
1.3.24 พานักเรียนไปศึกษาแหล่งเรียนรู้ต่าง
ๆ เช่น ศูนย์สมุนไพร ศูนย์วิทยาศาสตร์
1.3.24 มีการเน้นสาระหลักเพิ่มมากขึ้น
1.3.25
ในปีการศึกษา 2554
ผู้บริหารมีนโยบายให้ครูหาแนวทางในการเพิ่มผลสอบในสาระหลักเพิ่มขึ้น
โดยมีโครงการพัฒนานักเรียนในเวลาและนอกเวลาเรียน
1.3.26 นักเรียนมีความกระตือรือร้น
ในการเรียนการสอนที่หลากหลาย ขนขวายที่จะเรียนพิเศษเพิ่มเติมนอกเวลา
1.3.27
ครูมีความสามารถในการจัดการเรียนการสอนอย่างต่อเนื่องและเป็นระบบ
ส่งผลให้ผลการทดสอบออกมาโดยเฉลี่ยดีขึ้น
1.3.28 ผลการสอบ ในรายวิชา
วิทยาศาสตร์ ลดลงอันเนื่องมาจากครูไม่มีประสบการณ์ในการสอน และขาดสื่อ
ขาดครูที่มีความรู้ทางด้านนี้จะทำให้การเรียนการสอนยังไม่ดีพอ
1.3. 29โรงเรียนได้มีโครงการพัฒนาการจัดการเรียนการสอน
และเน้นกิจกรรมการฝึกปฏิบัติของนักเรียนเป็นหลัก
1.3.30 มีการจัดกิจกรรมที่หลากหลาย
อีกทั้งยังมีการเข้าร่วมโครงการเตรียมความพร้อมก่อนสอบ NT ของโรงเรียน
อุปสรรคที่ส่งผลต่อการพัฒนา
1.ปัญหา/อุปสรรค
ด้านครู
1.1 การจัดกิจกรรมการสอนของครูเน้นเนื้อหาตามเอกสารมากเกินไปทำให้ผู้เรียนรู้แต่ขาดทักษะซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นที่ส่งต่อผลสัมฤทธิ์
1.2
ครูขาดการใช้สื่อประกอบการสอน
1.3 ครูขาดความชำนาญในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์
เนื่องจากเรียนจบจากสาขาอื่น
1.4 โรงเรียนขาดแคลนครูผู้สอนที่มีความเชี่ยวชาญทางด้านสาขาวิทยาศาสตร์
1.5 ครูไม่ครบตามสาระการเรียนรู้และครูขาดความชำนาญในการจัดกิจกรรม
1.6 ครูขาดความชำนาญในการจัดกิจกรรม
1.7 ขาดครูที่มีความรู้ทางด้านนี้จะทำให้การเรียนการสอนยังไม่ดีพอ
1.8 ครูป่วย
2.ปัญหา/อุปสรรค ด้านนักเรียน
2.1 นักเรียนขาดทักษะการคิดวิเคราะห์ คิดสังเคราะห์
2.2 นักเรียนขาดการฝึกฝนเป็นประจำ
2.3
นักเรียนไม่สามารถคาดการณ์หรือคาดคะเน เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ถูกต้อง
2.4 นักเรียนไม่ได้ศึกษาจากของจริง
2.5
ผลการสอบ ในรายวิชา วิทยาศาสตร์
ลดลงอันเนื่องมาจากครูไม่มีประสบการณ์ในการสอน และขาดสื่อ
2.6 นักเรียนบางส่วนยังมีปัญหาด้านการอ่านออกเขียนได้
2.7 นักเรียนบางส่วนสภาพทางบ้านมีปัญหา
2.8
นักเรียนบางส่วนมีปัญหาด้านสุขภาพและการเรียนรู้
3.ปัญหา/อุปสรรค ด้านสภาพแวดล้อม
3.1 บรรยากาศในและนอกห้องเรียน
ไม่เอื้อต่อการเรียนรู้
3.2 แหล่งเรียนรู้มีน้อย
3.3 สภาพแวดล้อมทางบ้านไม่เอื้อต่อการเรียนรู้
3.3 นักเรียนบางส่วนอยู่ในครอบครัวที่แตกแยก
|
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น